โรคหนองในเทียม Non Gonococcal Urethritis (NSU)


โรคหนองในเทียม Non Gonococcal Urethritis (NSU)

โรคหองในเทียมหมายถึงการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรคที่ไม่ใช่หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียมได้แก่

  • - Chlamydia trachomatis
  • - Ureaplasma urealyticum 10-40%
  • - Trichomonas vaginalis (rare)
  • - Herpes simplex virus (rare)
  • - Adenovirus
  • - Haemophilus vaginalis
  • - Mycoplasm genitalium

เชื้อที่เป็นสาเหตุบ่อยที่สุดคือ Chlamydia trachomatis

เราได้รับเชื้อหนองในเทียมได้อย่างไร

คนติดเชื้อหนองในเทียมจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางทวาร ปาก หรือทางช่องคลอด นอกจากนั้นก็มีโรคที่ทำให้เกิดหนองในเทียมเช่น

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • การอักเสบของต่อมลูกหมาก
  • ท่อปัสสาวะตีบ urethral stricture
  • การอักเสบของหนังหุ้มอวัยวะเพศ
  • การใส่สายสวนปัสสาวะ

อาการของผู้ที่เป็นหนองในเทียม

ผู้ชาย

  • หนองไหลออกจากอวัยวะเพศ
  • ปวดแสบร้อนเวลาปัสสาวะ
  • คันหรือระคายเคืองท่อปัสสาวะ
  • ปวดหน่วงบริเวณอวัยวะเพศ

    ผู้หญิง

  • ตกขาว
  • ปัสสาวะขัด
  • ปวดท้องน้อย มีเลือดออกขณะร่วมเพศ

การวินิจฉัยโรคต้องทำอย่างไร

  • การวินิจฉัยทำโดยการน้ำหนองหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรืออวัยวะเพศมาเพาะเชื้อ หรือส่องกล้องตรวจ
  • เมื่อย้อมจะพบเม็ดเลือดขาวมากกว่า 5 เซลล์

การป้องกัน

  • วิธีดีที่สุดคือการงดเพศสัมพันธ์
  • ใช้ถุงยางอนามัย
  • มีสามีหรือภรรยาคนเดียว
  • หากต้องการมีคู่นอนคนใหม่ต้องตรวจเช็คก่อนทุกครั้ง
  • หากคุณเป็นโรคหนองในเทียมให้งดการมีเพศสัมพันธ์
  • ให้รักษาทั้งตัวคุณเองและคู่ครอง

การรักษา

  • ยาที่ใช้ในการรักษามี Azithromycin 1 g รับประทานครั้งเดียว
  • หรืิอ Doxycycline 100 mgรับประทานวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7วัน
  • ยาที่เป็นตัวเลือกอื่น Erythromycin 500 mg รับประทานวันละ 4 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน
  • หรือ Ofloxacin 300 mg วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน
  • สำหรับผู้ที่เป็นเรื้อรังหรือรักษาไม่หายให้ใช้ยา Metronidazole 2 g รับประทานครั้งเดียวและ Erythromycin 500 mg รับประทานวันละ 4 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน

โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

หากท่านเป็นโรคหนองในเทียมโดยที่มีหรือไม่มีอาการแล้วไม่ได้รักษาท่านอาจจะมีโรคแทรกซ้อนที่สำคัญคือ

ในผู้ชาย

  • การอักเสบของอัณฑะ Epididymitis ซึ่งหากไม่รักษาอาจจะทำให้เป็นหมัน
  • ข้ออักเสบ Reiter's syndrome (arthritis)
  • เยื่อบุตาอักเสบ Conjunctivitis
  • ผื่นที่ผิวหนัง Skin lesions
  • หนองไหล Discharge

ในผู้หญิง

  • อุ้งเชิงกรานอักเสบPelvic Inflammatory Disease (PID)ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง Recurrent PID ซึ่งอาจจะทำให้เป็นหมัน
  • ท่อปัสสาวะอักเสบ Urethritis
  • ช่องคลอดอักเสบ Vaginitis
  • แท้ง Spontaneous abortion (miscarriage)