กม.ผิดทางเพศใหม่บังคับใช้แล้ว ข่มขืน"ชาย-ด.ช.-คู่สมรส"มีโทษ

  แก้ไขประมวล กม.อาญาความผิดทางเพศมีผลบังคับแล้ว ข่มขืนชำเรา ผู้ชาย-ด.ช."และคู่สมรสที่ไม่ยอมก็มีโทษ ขยายคำนิยามให้รวมถึงการกระทำกับ"ทวารหนัก-ช่องปาก"ด้วย พร้อมกำหนดโทษพวกแมงดา-แม่เล้าและผู้ที่ค้าประเวณีชาย ใครมีรายได้จากคนขายตัวก็โดน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน "มติชนออนไลน์ (matichon.co.th) " รายงานว่า พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 19 และ 20 พ.ศ. 2550 ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเพศได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ กำหนดให้การข่มขืนกระทำชำเรา "ผู้อื่น " ซึ่งรวมถึงผู้ชาย,เด็กชาย,และคู่สมรสมีความผิดทางอาญาด้วย (มาตรา 276-277) จากประมวลกฎหมายอาญาเดิม ที่กำหนดให้การข่มข่มกระทำชำเรา "หญิงอื่นที่มิใช่ภริยาตนและเด็กหญิง" เท่านั้นที่เป็นความผิดทางอาญา

นอกจากนี้ ยังนิยามความหมายลักษณะการข่มขืนกระทำชำเราเพิ่มขึ้น เช่น การกระทำกับทวารหนัก ช่องปาก หรือใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น จากเดิมที่มิได้บัญญัติไว้ แต่ศาลฎีกาได้วางแนวคำพิพากษาไว้ว่า ต้องใช้อวัยวะเพศชายกระทำกับอวัยวะเพศหญิง และล่วงล้ำเข้าไปในช่องคลอดเพียงองคุลีเดียวก็ถือว่า เป็นการข่มขืนกระทำชำเรา

นอกจากนั้นยังกำหนดโทษแมงดาหรือแม่เล้าที่มีรายได้จากชายที่ค้าประเวณมีความผิดด้วยจากเดิมการค้าประเวณีต้องกระทำโดยหญิงเท่านั้น (มาตรา 286)

สำหรับรายละเอียดของประมวลกฎหมายอาญาฉบับแก้ไขใหม่บางส่วนมี ดังนี้

มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทําให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

การกระทําชําเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทําเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทําโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทํา กระทํากับอวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทํากับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทําโดยมี หรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาทหรือจําคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทําความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกําหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาให้ลงโทษจําคุกและคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่าให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดําเนินการฟ้องหย่าให้

มาตรา 277 ผู้ใดกระทําชําเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทําแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทําโดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํากับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน และเด็กนั้นไม่ยินยอมหรือได้กระทําโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต

มาตรา 286 ผู้ใดอายุกว่าสิบหกปีดํารงชีพอยู่ แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาทหรือจําคุกตลอดชีวิต

ผู้ใดไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสําหรับดํารงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสําหรับดํารงชีพและมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้นั้นดํารงชีพอยู่จากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจได้ว่ามิได้เป็นเช่นนั้น

(1)อยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณี หรือสมาคมกับผู้ซึ่งค้าประเวณีคนเดียวหรือหลายคนเป็นอาจิณ

(2)กินอยู่หลับนอนหรือรับเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้ซึ่งค้าประเวณีเป็นผู้จัดให้

(3)เข้าแทรกแซงเพื่อช่วยผู้ซึ่งค้าประเวณีในการทะเลาะวิวาทกับผู้ที่คบค้ากับผู้ซึ่งค้าประเวณีนั้น

บทบัญญัติแห่งมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้รับค่าเลี้ยงดูจากผู้ซึ่งค้าประเวณี ซึ่งพึงให้ค่าเลี้ยงดูนั้นตามกฎหมายหรือตามธรรมจรรยา