รวบเกย์แสบอ้างเป็นเลขาเชื้อพระวงศ์ตระเวนก่อเหตุต้มตุ๋นหลายคดี

รวบเกย์แสบอ้างเป็นเลขาเชื้อพระวงศ์ตระเวนก่อเหตุต้มตุ๋นหลายคดี
คู่ขาเกย์แจ้งจับรับสารภาพสิ้นเดินสายในกทม.หมายจับเกลื่อน

            จับเกย์หนุ่มนักต้มตุ๋นรายใหญ่ อ้างเป็นทั้งตำรวจ สายตำรวจ ปส. เลขาธิการเชื้อพระวงค์ระดับสูง ก่อคดีฉ้อประชาชนหลายคดีที่กรุงเทพ มีหมายจับเพียบ ก่อนมาจนมุมที่เชียงใหม่ เปิดปากรับสารภาพสิ้นก่อเหตุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

            เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 ต.ค. 49 พ.ต.ท.ธเนศ วิบูลเกียรติ์ สว.สส.สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมกับพวก ได้ทำการจับกุมตัวนายฐิติยากร แวสุจริต หรือนายกฤษณภัทร เรืองรุจิรนันท์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 7 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม ตามหมายจับกุม 2 หมายจับ เลขที่ 1828/2547 ลงวันที่ 26 มี.ค.49 โดยศาลอาญากรุงเทพมหานคร ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ท้องที่ สน.สุทธิสาร อีกหมายจับเลขที่ 1434 /2547 ลงวันที่ 25 มี.ค.47 ออกหมายโดยศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาฉ้อโกง ท้องที่ สน.หัวหมาก  จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 72/29 หมู่บ้านระมิงค์นิเวศน์ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 

            ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 ต.ค.49 ที่ผ่านมาได้มีนายธนวัต พงษ์พรต อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 72/29 ถ.ทิพย์เนตร ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาแจ้งความต่อทางเจ้าหน้าที่ว่า ได้ถูก นายกฤษณภัทร เรืองรุจิรนัท์ หรือนายฐิติยากร แก้วสุจริต ทำการฉ้อโกงทรัพย์ไป ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีด้วย หลังจากได้รับแจ้งแล้วทางเจ้าหนาที่ตำรวจจึงได้ไปเชิญตัวนายกฤษณภัทร เรืองรุจิรนันท์ หรือนายฐิติยากร แก้วสุจริต มาที่ สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อที่ทำการสอบสวนตามที่ถูกผู้เสียหายแจ้งไว้ 

            เมื่อมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้นายกฤษณภัทร หรือรุจิรนันท์ หรือฐิติยากร นั้นได้พูดคุยกับนายธนวัต พงษ์พรต อายุ 20 ปี ผู้เสียหายที่มาแจ้งความ โดยทั้งสองคนนั้นได้ตกลงกันเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินที่เป็นโน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง และมีการตกลงกันได้แล้ว และต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดได้ทำการตรวจสอบประวัติของนายกฤษณภัทร ก็พบว่ามีหมายจับของศาลาอาญากรุงเทพในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามหมายจับที่ 1828/2547 เหตุเกิดที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอินทามระ แขวง/เขตดินแดง กทม. ท้องที่ สน.สุทธิสาร จึงได้ประสานไปยังสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารให้ส่งหมายจับมาทางโทรสาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้รับทราบ

            ทางเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ถือว่าเป็นรายสำคัญ เนื่องจากมีพฤติกรรมในการหลอกลวง และแอบอ้างชื่อเสียงหน่วยงานต่างๆ ทั้งยังอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกินฟรีย่านสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่ อ้างตัวเป็นสายให้ตำรวจ ปส.ในคดียาเสพติดรายใหญ่และอ้างตัวเป็นเจ้าของกิจการหลายๆ กิจการโดยเปิดเว๊ปไซด์ให้คนสั่งซื้อสินค้าทางเว๊ปไซด์และหลอกเอาเงินผู้อื่นผ่านบัญชี และล่าสุดได้อ้างตัวเป็นเลขานุการเชื้อพระวงค์ระดับสูงและตนเองเป็นถึงหม่อมที่ประจำอยู่ในพระราชสำนัก กระทั่งได้มีผู้เสียหายและผู้ที่ล่วงรู้ถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมดังกล่าว ทำการประกาศออกทางเว็ปไซด์ กูเกิล ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเกิดการระวังและตามล่าตัว นอกจากนี้ผู้ต้องหายังมีการปลอมแปลงชื่อตลอดเวลาทั้งชื่อเล่นชื่อจริงรวมทั้งนามสกุล เพื่อหลอกและฉ้อโกงประชาชน กระทั่งมาหลอกเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายที่เชียงใหม่และมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

            ด้านนายฐิติยากร แก้วสุจริต หรือนายกฤษณภัทร เรืองรุจิรนันท์ ได้ให้การหลังถูกจับกุมว่า เรื่องที่ตนถูกหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนโดยการขายสินค้าทางเว๊ปไซด์และให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีนั้นตนยอมรับ ส่วนคดีที่ตนมาเอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่จังหวัดเชียงใหม่คือนายธนวัตนั้น โดยแท้จริงแล้วนายธนวัตนั้นอดีตเป็นแฟนเก่าของตน ตนนั้นยอมรับว่าตนเป็นเกย์ แต่เขาเกิดระแวงตนและเห็นตนเหินห่าง จึงได้เปิดเว๊ปไซด์ กูเกิล "www.google.com" และก็ปรากฎว่ามีชื่อของตน พร้อมกับมีการประกาศประวัติที่ไม่ดีไว้ เมื่อเขาเห็นดังนั้นประกอบกับความระแวงตนที่เหินห่างจึงได้มาแจ้งความเอาผิดกับตนว่าฉ้อโกงเรื่องที่ตนขโมยโน๊ตบุ๊กไปดังกล่าว แต่สุดท้ายเมื่อพูดคุยกันก็สามารถเคลียร์กันได้แล้ว ส่วนที่ว่าตนอ้างเป็นตำรวจแล้วไปเบ่งกินฟรีตามสถานบันเทิงในเชียงใหม่ ตนก็ไม่ได้อ้างทางผู้จัดการสถานบันเทิงเข้าใจผิดเอง เห็นตนมากับผู้หลักผู้ใหญ่และที่บอกว่าตนเป็นสายให้กับปส.นั้นเป็นความจริงตนนั้นเป็นสายให้กับตำรวจปส.ที่กรุงเทพ เพราะตนเป็นนักเที่ยวราตรี จึงรู้แหล่งค้ายามั่วยาและแจ้งข่าวให้กับตำรวจปส.ประจำ

            ด้านนายฐิติยากร ให้การต่อว่า สำหรับเรื่องแอบอ้างเป็นเลขาเชื้อพระวงค์ระดับสูงนั้นคือ ตนได้รู้จักกับเกย์ด้วยกัน ชื่อเล่นนายเป็ด หรือเต่า ที่กรุงเทพย่านสถานบันเทิง เขาแอบอ้างก่อนว่าเป็นเลขาเชื้อพระวงค์ระดับสูง และให้ตนเดินตามและคอยให้ตนคอยแจกนามบัตร โดยในนามบัตรนั้นมีกล่าวอ้างถึงระดับชื่อ มล.ณณฐนัทธ์ หัฐญนันท์ ราชเลขาณุการ เบื้องสูง ตนก็เกิดความเชื่อและได้ติดตามมาตลอดและก็ได้จดจำการกระทำต่างๆ ไว้ กระทั่งต่อมานายเป็ด หรือเต่า ก็ได้หายตัวไป โดยที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน ต่อมาเมื่อตนไปเที่ยวที่ไหนก็มักจะถูกมองว่าเป็นผู้แอบอ้าง เพราะทุกคนเห็นตนเคยตามนายเป็ด หรือเต่า ดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วตนไม่เคยทำอย่างนั้นเลยในเรื่องการแอบอ้าง และก็เคยทำหนังสือไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสถานีตำรวจแล้วถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเขาก็ยืนยันว่ากำลังล่าตัวนายเป็ด คนที่แอบอ้างอยู่ แต่ถึงปัจจุบันเรื่องก็เงียบหายไป ก็ไม่เห็นตำรวจไล่ล่าตนเหมือนเมื่อก่อนในกรณีแอบอ้าง

            อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้เดินทางโดยเครื่องบินส่งตัวต่อให้กับ สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีในคดีฉ้อโกงประชาชนตามหมายจับ ส่วนคดีที่เชียงใหม่เจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด