นาย นาง นางสาว เทคโนโลยีทางอำนาจ ในการสร้างเพศภาวะ
 
>นาย นาง นางสาว เทคโนโลยีทางอำนาจในการสร้างเพศภาวะ
>โดย - พงศ์ธร จันทร์เลื่อน Mplus Chiangmai
>*****
>
>ท่ามกลางกระแสสังคมของกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองและถูกเรียกจากบุคคลอื่นว่า "สาวประเภทสอง" เห็นทีจะไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่าการเสนอให้เปลี่ยนคำนำหน้านายมาเป็นนางสาวของกลุ่มบุคคลนี้ การพยายามแสดงความเป็นตัวตน และการดำรงอยู่ของตัวตนเป็นสิทธิมนุษยชนที่บุคคลทั่วไปพึงกระทำ โดยที่ไม่ไปรบกวนสิทธิของบุคคลอื่นย่อมกระทำได้ และภายใต้วาทกรรมของสิทธิเท่าเทียมที่คงมิใช่เท่าเทียมเฉพาะเพศหญิงเพศชายเท่านั้น แต่ควรเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ด้วย
>
>ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ปรากฏนี้ต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางสังคมที่มีรากฐานและอุดมการณ์หญิงชายเป็นใหญ่และครอบงำด้วยระบบปิตาธิปไตย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแสดงตัวตนของตัวเองบนพื้นที่นี้โดยเฉพาะพื้นที่ทางกฏหมายที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ แต่กระนั้นเองบนเส้นทางแห่งการพยายามที่จะเข้าใจปัญหาและพาตนเองให้บรรลุเป้าหมายของการปลดปล่อยดังกล่าวนั้น ทุกย่างก้าวอาจจะต้องระมัดระวังให้มาก มิใช่ฉะนั้นอาจจะกลับมาติดกับดักทางเพศที่ไปไม่พ้นจากกรอบหญิงชาย
>
>มโนทัศน์ดังกล่าวที่พยามยามจะจัดการตัวตนของตัวเองโดยผ่านถ้อยคำไม่กี่คำแต่ทรงไว้ซึ่งพลังอำนาจภายใต้ นาย นางสาว มีนัยยะที่พึงระวังอยู่มาก ถ้าเราคิดว่าจะต้องรื้อถอน (Deconstruct) มโนทัศน์หญิงชายที่ดูว่าคับแคบ แต่เราก็ก้าวกระโดดไปมาระหว่างหญิงชายซึ่งเป็นเหตุของความขัดแย้ง และตีบตันทางความคิดเรื่องเพศ เพศภาวะ ความเป็นเพศ (หญิง ชาย เกย์ ทอม ดี้ หญิงรักหญิง ชายรักชาย หญิง, ชายรักสองเพศ ฯลฯ)
>
>จึงมีคำถามออกมาในใจว่า ที่สุดแล้วความคิดดังกล่าวช่วยให้สาวประเภทสอง (ผู้หญิง ผู้ชาย ด้วย) หลุดพ้นและฝ่าข้ามคู่ตรงข้ามของความสัมพันธ์ทางเพศไปได้หรือไม่? หรือหากแต่ (จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) กลับเป็นตัวค้ำจุนวิธีคิดแบบแยกขั้วชาย-หญิง ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ดังนั้นย้อนกลับดูการจะรื้อถอนคู่ตรงข้ามทางเพศนี้ ต้องคิดคำนึงถึงความแตกต่างทางเพศ (sexual difference) นาย นาง นางสาว ในฐานะเทคโนโลยีทางอำนาจในการสร้างเพศภาวะ (technology of gender) ที่ได้สร้างชุดความหมายของเพศขึ้นมา เพศภาวะจึงเป็นเพียงภาพตัวแทนที่ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้บริบทของสังคมประเภทต่างๆ ที่ได้กำหนดอัตลักษณ์ สถานภาพ คุณค่า และตำแหน่งแห่งที่ภายในโครงสร้างของสังคมให้กับปัจเจกบุคคล
>
>ความแตกต่างทางเพศ จึงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกับอัตลักษณ์และสิ่งประกอบสร้างอื่นๆ เมื่อบริบททางสังคมได้เปลี่ยนไป กระนั้น สาวประเภทสองในฐานะภาพตัวแทน และในฐานะชีวิตจริงของการดำรงอยู่ของตัวตนที่ประกอบไปด้วยความแตกต่างอันหลากหลาย ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้เพศภาวะแบบคู่ตรงข้ามเสมอไปใช่หรือไม่?
>
>จะอย่างไรก็ตามพอพูดถึงการต่อรองทางอำนาจก็มิพ้นเรื่องความเป็นการเมือง โดยเฉพาะการเมืองเรืองเพศที่อาจจะต้องใส่ใจในความสัมพันธ์ทางอำนาจในหลายระดับ จะอย่างไรก็ตามประเด็นนี้ก็ยังต้องเคลื่อนไหวไปด้วยกันทั้งองคาพยพทางสังคมที่มิใช่มีแค่กลุ่มสาวประเภทสอง แต่ทุกๆ เพศภาวะก็ต้องเปิดใจให้กว้างและแบ่งปันพื้นที่ให้ลงตัวที่มิใช่การไปยืนพื้นที่ตรงข้ามของหญิงหรือชาย
>
>เพราะทุกวันนี้ต้องย่อมรับว่าแม้กระทั่งพื้นที่ผู้หญิงเองก็คับแคบอึดอัดพอสมควร และไฉนเราจะกระโดดไปยืนอยู่พื้นที่เดียวกันกับนาง นางสาว อยู่อีกหรือ หรือเราจะสร้างพื้นที่แห่งอัตลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเองเพราะถึงแม้นเข้าไปยืนได้เราก็เป็นแค่ประเภทสอง ทำไมเรามิคิดจะยืนบนพื้นที่ของเราที่แสดงความเป็นตัวตนของเราอย่างชัดเจน
>
>ส่วนจะเรียกว่าอย่างไร คิดกันต่อไป.....??